วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ออมสินตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อปีนี้7.8หมื่นล.

จัดทำบทความโดย นาย นันทชัย มะลิพันธ์ เลขทะเบียน 5001208021

เปิดแผนปี"53 แบงก์ออมสินตั้งเป้าสินเชื่อในปีนี้กว่า กำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 18% ลดหนี้เน่าเหลือต่ำกว่า 2%
นาย เลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปี 2553 ธนาคารตั้งเป้าหมายที่จะทำกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 18% เมื่อเทียบกับปีที่ผานมา โดยมีรายได้รวมเติบโต 10% การปล่อยสินเชื่อขยายตัว 10% หรือเป็นเม็ดเงินปล่อยสินเชื่อสุทธิ 78,000 ล้านบาท และสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดต่ำกว่า 2% จากปีที่ผานมาเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.2% และในปีนี้จะเป็นปีที่ธนาคารออมนสินมีขนาดสินทรัพย์สูงเกิน 1 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนจะนำระบบ Core Banking มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงเดือน มิ.ย.2553 ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่อเพื่อตอบสนองลูกค้าได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ดีและอัตราดอกเบี้ยไม่สูงนอกจากนี้ ในปี 2553 ธนาคารจะเพิ่มและขยายธุรกรรมทางการเงินที่หลากหลาย ครบวงจร มีเงื่อนไขที่จูงใจ และสอดคล้องกับความต้องการการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมุ่งเน้นการออม การกระตุ้นการลงทุนของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคมสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2552 ธนาคารมีกำไรสุทธิก่อนการตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 15,904 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.92% มีรายได้รวม 46,273 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ 33,625 ล้านบาท หรือ 73% ของรายได้รวมทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 27% เป็นรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียม ผลตอบแทนการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ นอกจากนี้ ธนาคารยังลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงจาก 70.78% เหลือ 65.63%โดยธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รวม 489,642 ล้านบาท ซึ่งกระจายถึงลูกค้ารายย่อยและกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากถึง 381,077 ล้านบาทในสินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อธุรกิจห้องแถว สินเชื่อเพื่อพัฒนากลุ่มอาชีพ และนโยบายเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อของรัฐบาลในโครงการ Fast Track

ที่มา : http://www.thaihomeonline.com/investment-news.php?id=001722

คำถามท้ายเรื่อง

1.ผู้อำนวยการธนาคารออมสินชื่ออะไร

2.ธนาคารมีแผนจะนำระบบ Core Banking มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงเดือนใด

3.ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รวมกี่ ล้านบาท

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กองอสังหาริมทรัพย์เฮโลแจกปันผลสูง

จัดทำโดย นาย จักรพันธ์ พลับพลา เลขทะเบียน 5001208067

ทุนอสังหาริมทรัพย์แจกเงินปันผลงวดไตรมาส 4 “MNIT” จ่ายสูงผลตอบแทน 2.45% ผู้จัดการกองทุนเชียร์ลงทุนทั้งระบบยังจ่ายได้ดี

นายศักดา มาณวพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QHPF) เปิดเผยว่า บริษัทจะจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QHPF) จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2552 -31 ธ.ค.2552 ในอัตราหน่วยละ 0.193 บาท ทั้งนี้ผลตอบแทนจากเงินปันผลของกองทุนคิดเป็น 2.27%

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี-สแตรทิจิกสโตเรจฟันด์ (M-STOR) จ่ายเงินปันผลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี วันที่ 1 ต.ค.2552 - 31 ธ.ค.2552 ในอัตรา 0.22 บาทต่อหน่วยและกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลวันที่ 22 ก.พ.2553 และจ่ายเงินวันที่ 9 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ผลตอบแทนจากเงินปันผลของกองทุนคิดเป็น 2.24%

นายพิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังน่าสนใจ เพราะจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 7% ต่อปีและยิ่งราคาในกระดานลดลง ยิ่งทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงขึ้น

http://www.posttoday.com/เงิน-หุ้น-ทอง/โปรหุ้น/corporate-focus/9301/กองอสังหาฯเฮโลแจกปันผลสูง

คำถามท้ายเรื่อง

1. ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนคือใคร

2. กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซี-สแตรทิจิกสโตเรจฟันด์จ่ายเงินปันผลอย่าไงร

3. การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างไร

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

นายกฯตอบสื่อนอก ศก.ปีนี้โต 4%

จัดทำโดย นายธิติคุณ บวรสมบูรณ์กุล เลขทะเบียน 5001208009

นายกฯ คุยสื่อนอก เชื่อ เศรษฐกิจไทยโตถึง 4% บอกเป็นนัยถึงทักษิณ ถึงเวลาต้องยอมรับผลแห่งการกระทำแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “Quest Means Business” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นระหว่างที่เดินทางไปประชุมดาวอส โดยได้ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตถึง 4% ทั้งนี้ ปัญหาความแตกแยกทางการเมือง รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนไหวชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ถ้าตราบใดก่อให้เกิดการจลาจล รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปจัดระเบียบ


“ผมคิดว่าเมื่อปีที่แล้ว หลังจากไตรมาสแรกเศรษฐกิจของประเทศหดตัวถึง 7.1% ประชาชนกลัวว่าการถดถอยทางด้านเศรษฐกิจจะรุนแรงมากขึ้นและจะก่อให้เกิดการว่างงานอย่างรุนแรง แต่พอสิ้นปี ตัวเลขอัตราการเติบโตเศรษฐกิจอยู่ที่ -3% ดังนั้นอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 4% น่าจะเป็นไปได้และอยู่ในช่วงที่เราสามารถจัดการได้” นายกฯ กล่าว


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรํฐมนตรี ที่เคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศขณะนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ส่วนที่ถามว่าถึงเวลาสงบศึกหรือยัง นั้นตนเองเห็นว่า “มันถึงเวลาสำหรับเขาแล้วที่จะต้องยอมรับผลของการกระทำที่ตามมา ถึงเวลาที่จะต้องเคารพกฎเกณฑ์ คำตัดสินของศาล แล้วเราจะพูดถึงการให้ความช่วยเหลือและดูว่าจะสามารถให้หนทางการแก้อะไรได้บ้าง

ที่มา
http://www.posttoday.com/ข่าว/การเมือง/8073/นายกฯตอบสื่อนอก-ศก-ปีนี้โต-4-


คำถาม
1.รมต. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการอะไร และทางสถานีอะไร

2.เมื่อปีที่แล้ว หลังจากไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทย หดตัวไปกี่เปอร์เซ็น

3.ปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่ดีขึ้น คืออะไร