จัดทำบทความโดย นาย นันทชัย มะลิพันธ์ เลขทะเบียน 5001208021
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (30 พ.ย.– 4 ธ.ค. 2552) ปริมาณการซื้อขาย ตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,615,065.80 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 523,013.16 ล้านบาท
ทั้ง นี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 283,611.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.85% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 220,968.45 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 77.91% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 20.34% ตามมาด้วย ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 30,442.03 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10.73% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 69.00% ต่อมาเป็น พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 27,508.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.70% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 33.05% ทางด้านหุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,375.71 ล้านบาท และ 2,828.46 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็น 3 อันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB11NA LB108A และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 5,663.11 ล้านบาท 4,170.24 ล้านบาท และ 3,773.48 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐปริมาณ การซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB09D21A CB09D22A และ CB10304C มูลค่า 51,058.48 ล้านบาท 32,780.36 ล้านบาท และ 14,242.30 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน นั้น ปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือหุ้นกู้ ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL12OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 338.84 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์ พีซี (IRPC147A (A-)) มูลค่าการซื้อขาย 163.77 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 140.05 ล้านบาท ตามลำดับ
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งเส้น โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 1 ถึงบวก 1 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 7 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทน ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 2 ถึงบวก 3 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตรา ผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 4 bp.
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (30 พ.ย.– 4 ธ.ค. 2552) ปริมาณการซื้อขาย ตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,615,065.80 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 523,013.16 ล้านบาท
ทั้ง นี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 283,611.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.85% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 220,968.45 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 77.91% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 20.34% ตามมาด้วย ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 30,442.03 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10.73% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 69.00% ต่อมาเป็น พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 27,508.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.70% เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 33.05% ทางด้านหุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,375.71 ล้านบาท และ 2,828.46 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็น 3 อันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB11NA LB108A และ LB145B มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 5,663.11 ล้านบาท 4,170.24 ล้านบาท และ 3,773.48 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐปริมาณ การซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB09D21A CB09D22A และ CB10304C มูลค่า 51,058.48 ล้านบาท 32,780.36 ล้านบาท และ 14,242.30 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน นั้น ปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือหุ้นกู้ ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL12OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 338.84 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์ พีซี (IRPC147A (A-)) มูลค่าการซื้อขาย 163.77 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 140.05 ล้านบาท ตามลำดับ
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตลอดทั้งเส้น โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่างลบ 1 ถึงบวก 1 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 7 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทน ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 2 ถึงบวก 3 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตรา ผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 4 bp.
ที่มา : http://www.posttoday.com/stockmarket.php?id=79694
คำถามท้ายเรื่อง
1.พันธบัตรรัฐบาล รุ่น LB11NA มีมูลค่าการซื้อขายกี่ล้านบาท
2.หุ้นกู้ภาคเอกชน ปริมาณการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ หุ้นกู้ของบริษัทอะไรบ้าง
3.พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเป็นอย่างไร
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบคำตอบคือ
ตอบลบ1.5,663.11 ล้านบาท
2.หุ้นกู้ ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL12OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 338.84 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์ พีซี (IRPC147A (A-)) มูลค่าการซื้อขาย 163.77 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 140.05 ล้านบาท ตามลำดั
3.เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 7 bp
นาย ศรายุทธ ถิระวรรณธร เลขทะเบียน 5001208093
คำตอบ คือ
ตอบลบข้อ 1. มีมูลค่าการซื้อขาย 5,663.11 ล้านบาท
ข้อ 2. หุ้นกู้ ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส (AYCAL12OA (A+)) มูลค่าการซื้อขาย 338.84 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ไออาร์ พีซี (IRPC147A (A-)) มูลค่าการซื้อขาย 163.77 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC155A (A)) มูลค่าการซื้อขาย 140.05 ล้านบาท ตามลำดับ
ข้อ 3. เพิ่มขึ้นอยู่ระหว่างบวก 1 ถึงบวก 7 bp
ชื่อ นางสาว อัจฉรา เฉลยสุข เลขทะเบียน 4901208051