จัดทำบทความโดย นายจักรพันธ์ พลับพลา เลขทะเบียน 5001208067
หุ้นไทยเป็นตลาดเดียวในเอเชียที่ติดลบ ระหว่างวันสวิงแรง 16.18 จุด พิษการเมืองล้วนๆ โชคดีได้แรงซื้อหุ้นกลุ่มปตท.ช่วยทำปิด
วานนี้ ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในเอเชียที่ปิดติดลบ แม้ตอนเช้าเด้งขึ้นตามเพื่อนบ้าน และดัชนีขึ้นไปสูงสุดถึงบวก 7.89 จุด แต่เปิดตลาดตอนบ่ายมีแรงกระหน่ำขายออกมาทุบดัชนีร่วงติดลบ 8.29 จุด ก่อนมีแรงซื้อกลับดันดัชนีปิด ที่ 689.72 จุด ลดลง 0.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 15,381.58 ล้านบาท
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขาย สุทธิเล็กน้อย 102 ล้านบาท ส่วน สถาบัน-กองทุน พอร์ตบล. ยัง ร่วมใจเทขาย ส่วนรายย่อยซื้อต่อ 899 ล้านบาท
มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยตกขบวนฟื้นเพราะปัจจัยการเมืองเป็นสำคัญ ทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงกดดันดัชนีให้อ่อนตัวลงต่อเนื่อง จึงตัดสินใจขายหุ้นออกไปก่อน ขณะเดียวกันนักลงทุนรายใหญ่กลับมองเป็นจังหวะช้อนซื้อ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นที่เด้งขึ้นในวินาทีสุดท้ายมาปิดติดลบเพียง 0.74 จุด เนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นตัวใหญ่ โดยเฉพาะบริษัท ปตท. (PTT) ทำราคาปิดจากติดลบขึ้นไปปิดที่ 220 บาท บวก 3 บาท รวมถึง หุ้นในครอบครัวปตท. และธนาคารพาณิชย์ด้วย
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ขณะนี้ปัจจัยเรื่องการเมืองมีน้ำหนักต่อตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยมีปัจจัยต่างประเทศเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเช่นกัน นักลงทุนควรติดตามทั้งสองประเด็นพร้อมกันไปและประเมินสถานการณ์ เป็นระยะ
“ประเด็นด้านการเมืองมีพัฒนาการมากขึ้น ทั้งจากการเปิดประชุมสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วานนี้ตลาดรีบาวด์ขึ้นบ้าง หลังจากนักลงทุนเห็นว่ามูลค่าที่แท้จริงของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในระดับที่ดี ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและการจ่ายเงินปันผลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี”
นางภัทรียา กล่าวว่า แม้จะมีโบรกเกอร์บางแห่งแนะนำให้ลด น้ำหนักการลงทุนในช่วงนี้ แต่ตลท.ก็ไม่ได้กังวลเพราะนักวิเคราะห์คงมองสถานการณ์เป็นรายวัน และบทวิเคราะห์ที่ออกมาก็มีทั้งในแง่บวกและแง่ลบ
นางภัทรียา กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะ ไม่กระทบแผนพัฒนาตลาดทุน และมั่นใจว่าจะเดินต่อไปได้ เพราะเป็นแผนงานที่กำหนดชัดเจน อีกทั้งมีหน่วยงานประจำที่รับผิดชอบ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น